จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

(เอามาเล่า 3) Easy eyes step by step Natural bridal make up From Martha Stewart Weddings ขั้นตอนง่าย ของการแต่งตาเจ้าสาว

     ใกล้เดือน มิถุนาเข้าไปทุกที  เอ๊ะ แล้วใกล้เดือนิถุนาแล้วยังไง ?
    แหม.............ก็เดือนมิถุนาตามความเชื่อกรีกโบราณเค้าถือเอาเดือนนี้ เป็นเดือนของการแต่งงานเลยนะจ้ะ มิใช่เห่อแต่แต่งเดือนกุมภา อย่างเดียวซะที่ไหน เพราะว่าเดือนมิถุนายน  หรือ JUNE นั้น ชื่อเดือนมาจากชื่อของเทพีแห่งการแต่งงาน และการครองเรือน "จูโน" JUNO ...ใช่ค่ะ แม่เมียหลวงขี้หึงของพ่อราชันแห่งเทพจอมวางไข่ (กับเมียคนอื่นไปทั่ว) อย่าง "ZEUS" นั่นเอง

        เดือนนี้จึงเป็นเดือนที่หนุ่มสาวชาวกรีก ก็นิยมจะจับมือเข้าพิธีวิวาห์กันอย่างบ้าคลั่ง (เกินไปไหม) ซึ่งหลายประเทศทางยุโรปก็ยังยึดกันอยู่ เราก็เลยคัน(มือ)เอาแบบแต่งหน้าเจ้าสาวมาให้ดูกัน ครั้นหาแบบไปๆมาๆ แม่ก็ป้ะเข้ากับเวบ มาธาร์ สจ๊วท Martha Stewart  


              เข้าไปดูในเวปไซท์ http://www.marthastewartweddings.com 






   ซึ่งขอแนะนำนิดนึงว่าเธอคือสุดยอดผู้นำ แห่งกุลุ่มแม่บ้านสหรัฐเลยนะคะ (ไม่ใช่ขี้ๆนะเออ)
     อะไรที่เกี่ยวกับงานบ้านงานเรื่อน เธอสรรจะหาเทคนิคมาหมด คลอบคลุมถึงงานแต่งงาน ซึ่งทีมงานก็รังจะเอากลเม็ดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น  การหาชุด วิธีการตกแต่ง การนับจำนวนแขก ( มันยากตรงไหน) รวมไปถึงเสื้อผ้าหน้าผม ระดมมาใส่ในเว็บชนิดอ่านกันสามวันแปดวัน เผลอๆ อ่านแล้วอาจจะคัน อยากจัดงานแต่งเองซะเลย 

       โอเค พล่ามมาพอละ  ประเด็นที่เราจะเข้ามาเล่าคือ มันมีขั้นตอนง่า่ยๆๆๆๆๆๆๆๆ ของแบบแต่งตาเจ้าสาวมาให้ดู คือต้องเข้าใจก่อนว่าฝรั่งน่ะค่ะ เข้าไม่ชอบแต่งหน่าหนา   ชอบธรรมชาติที่สุภาพดี         ซึ่งนางก็ทำได้สิ ก็คุณเธอหน้าตาสวยกันทุกคนนิ    แต่เรารู้ไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย เพาะ เราเอามาประยุกต์ให้กับตาแบบบ้านเราได้เหมือนกัน แถมความเป็นธรรมชาตินี่แหละทำให้เราแต่งไปทำงานก็ได้ ไปเดทก็ดี เลยเอามาให้ดูกันนะคะ เพราะ.........."ความรู้ มิใช่ศัตตรูของเรา  " จิงไหมคะ ..รึไม่จิง?"

hello everyone

i just went through Martha Stewart  website which i very like to see many idea for  cooking  craft and  home living  and i just found that they have  many information about wedding which include bridal  make up which i think it 's easy to follow  so check out !


มันอาจจะเ็ป็น  ver eng ไปหน่อย เราพยายามแปลไว้ให้แล้วกัน   ผิดถูกยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ




 การแต่งตานั้นที่จิงง่ายกว่าที่เห็นแค่ทำตามขั้นตอนดังนี้
Putting on eye makeup is actually much easier than it would seem. Just follow these simple steps.  

 ขั้นที่1 เตรียมตาไว้ให้พร้อม  
       หลังจากที่เราใส่รองพื้นที่ตา ไม่ว่าจะใช้นิ้วเกลี่ยหรือแปรงก็แล้วแต่ จากนั้นก็ใช้แปรงที่ขนค่อนข้างฟูนุ่มหน่อย ลงแป้งฝุ่นไปเพื่อเป็นเบสของตาไว้ก่อน   มีทริกเล็กๆสำหรับสาวที่เปลือกตาคล้ำ สามารถใช้อายแชโดวสีชมพูเนื้อ  ลงแทนแป้งฝุ่นก็ได้นะจ้ะ จะช่วยลดอาการโดนของได้ระยะหนึ่ง

1. Prep the eyes: After blending foundation over lids with a brush or your finger, use a small, fluffy brush to apply loose face powder.



 ขั้นที่ 2 ลงสีพื้นตาสีแรกเป็นสีพื้น
  ใช้สีโทนกลาง เช่น น่ำตาลอ่น ทอง บรอนซ์  จะช่วยให้ตาดูสวยมีสุขภาพดีค่ะ ลงตั้งแต่ชิดเปลือกตาไล่มาจนท้องคิ้วได้เลย  ซึ่งในนี้แนะนำว่าควรใช้แปรงที่มีลักษณะแบนหน่อยนะคะ
2. Sweep a base-color shadow over the entire eye, from lash line to brow, with a flat shadow brush.


ขั้นที่3  สร้างมิติให้ตา       
  โดยเน้นบล๊อกตตาให้ชัดดูมีมิติขึ้น หรือที่บ้านเรารู้จักกันว่า เซกเคิ้ลไล์ (second line) หรือ "คัดเบ้าตา" ด้วยสีเข้มกว่า เช่น  น้ำตาลเข้ม เทาเข้ม หรือสีกากี (สำหรับสาวผิวขาว) หลีกเลี่ยงการใช้สีดำนะคะ ตาจะดุเกินไป ใช้แปรงรูปร่างกลมรี หรือที่เค้าเรียกว่า creasing brush (ตามภาษาช่างแต่งหน้าน่ะนะ)         ลากบริเวณกะโหลกตาเบาๆไปมาให้เกิดเงา  แต่ถ้าเป็นคนตาชั้นเดียวหรือเนื้อตานูนไม่เป็นเบ้าตาล่ะก็ข้ามขั้นตอนไปแต่งอีกแบบเลยดีกว่าค่ะ


3. To define the eyes, add a darker shade of the base color in the crease of the lid with a crease brush; blend. Skip this step if your eyes are deep set or small.


 ขั้นที่ 4 ลงไฮไลท์ 
   บริเวณโหนกคิ้วให้ชัดขึ้นด้วยสีโทนงาช้าง ivory หรือ ออฟไวท์ off white คือขาวนวล  หรือ ไม่ก็สีขาวมุข แบบมีประกายที่เรียก shimmery shadow  ซึ่งทำให้ดูธรรมชาติ มากกว่าสีขาวจัด ในนี้แนะนำให้ใช้แปรงฟองน้ำ  เพราะแปรงฟองน้ำจะเกาะอายแชโดว์ได้เยอะกว่า ทำให้โหนกคิ้วเด่นออกมาชัดเจนเพราะเนื้อสีจะมีความหนาเล็กน้อย ถ้าเทียบกับใช้แปรง
4. Use a sponge-tip applicator to dust a white or ivory shimmery shadow onto the brow bone and at the center of the lid.


ขั้นที่ 5 ไลน์เนอร์ 
  ลงอายไลน์เนอร์ ให้ชิดขอบตาบนก่อนแล้วอาจจะลงขอบตาล่างด้วยได้ วิธีนี้จะทำให้ตาโตดูเท่ากัน  ทั้งล่างและบน   สำหรับสาวตาเล็ก หรือสาวที่อยากตาดูซอฟลงหลังจากลงไลน์เนอร์ อาจใช้ อายแชโดว์สีเข้ม เช่น นำ้ำตาลเข้ม -ดำ ลงทับไลน์เนอร์ และเกลี่ยขึ้นเล็กน้อยไม้ให้เกินเส่นความหนาที่วาดไว้ ก็ช่วยได้ค่ะ
5. Line top lids with a flat eyeliner brush; lining bottom lids can make the eyes seem smaller.



ขั้นที่ 6 ดัดขนตา
       โดยง้างที่ดัดแล้ววางให้พอดีกับเปลือกตา เมือ่แน่ในว่าขนตาอยู่ในยางที่หนีบโดยที่ไม่กินเข้ามาในหนังตาแล้ว ให้หนีบค้างไว้ราวสองวิ จากนั้นเลื่อนมาดัดกลาง และปลายขนนตา ตามลำดับ  แล้วป้ดด้วยมาสคาร่าชนิดกันน้ำ  เริ่มจากโคนก่อน 1ครั้ง แล้วปัดปลายอีกที  ทริกนี้ทำให้ขนตาไม่ร่วงลงง่ายนะคะ

6. Curl top lashes by positioning an eyelash curler at their base (the top of the curler should fit into the crease of the lid). Squeeze for ten seconds. Next, brush on several thin coats of waterproof mascara to top and bottom lashes.



ขั้นที่ 7 ป้ดคิ้วให้ไดู้รูปด่วยแปรงปัดขน (คิ้ว-ตา) ให้ขนคิ้วเรียงเส้นก้อน ถ้าอยากเติมคิ้วให้สวย อาจใช้ดินสอหรือแปรงปัดคิ้วทับได้


7. Groom the eyebrows by brushing the hairs in upward strokes with a spoolie, brow brush, or clean toothbrush.



เป็นไงคะ ง่ายมะ?
  ขอบคุณ   Marthastewartweddings สำหรับข้อมูลนะคะ
 see it's very easy 
    thank for  Marthastewartweddings for good information


Read more at Marthastewartweddings.com: Makeup for Eyes: Wedding Day Eyes, Step-by-Step

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

(เอามาลอง 2) Timeless Beauty สดใสสวยไปตลอด

ด้วยความมันมือจับคนขึ้นเขียงเป็นว่าเล่น จิงเป็นที่มาของการลงภาพแบบบ้าระห่ำ  ความจิงอยากจะเอามาลงอาทิตย์ละครั้งล่ะค่ะ สำหรับพวกงานที่ "เอามาลอง" เนี่ย แต่ดันอยางลงนะ

  พอดีว่าได้คุณครูที่สอนอยู่ด้วยกันมาเป็นแบบ ซึ่งอายุคุณครูเค้าก็อยู่วัยกลางๆน่ะนะ แต่แหมผิวเค้านิ่มจิงๆ แม้จะมีริ้วรอยตามวัยแต่เห็นแล้วก็คันไม้คันมือ เอาค่ะ มาลองกัน

    ขอบอกว่าเคสนี้เหมือนจะยากและง่ายปนกันไป ตามระเบียนค่ะ เอารูปไปเปรียบเทียบดูก่อน วิธีค่ิยว่ากัน


















วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

(เอามาลอง 1) concealer นั้น สำคัญฉะนี้...นี่เองงงง

อู้วววววววววววว ช่วงนี้ร้อนแทบขนตาใหม้ จะออกไปไหนก้ไม่อยากเพราะเครื่องสำอางจะไหลบากออกจากหน้าหมดค่ะ เหนื่อยจิง แต่ไงก็เถอะการเอาหนังหน้าเปล่าๆออกนอกบ้านถือเป็นความอนาจารชนิดย่อมเหมือนกันเพราะผิวหน้าเปลือยเปล่า เท่ากับเราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าล่ะนะ


   เวิ่นเว้อพอละ วันนี้ก็มาหย่อนรูปไว่ก่อน พอดีพี่สาวที่น่ารักของเราจะไปปาร์ตี้เบาๆกับเพื่อนสาว เลยอยากจจะจัดหน้าใสๆเนรมิตรอยสิวที่หายใหม่ให้หลบไปพักซักระยะ 

     แถมคุณพี่เค้าก็เอาป้าบ๊อบบี้คอนซีลเลอ( bobbi brown creamy concealer)
               มาให้ทดลอง  น้องก็สนองซะ แหมขอบคุณจิงๆค่ะสำหรับโอกาสดีๆในครั้งนี้



เอาเป็นว่าดูรูปกันไปก่อน แล้วถ้านัดหมอตำแยได้ จะคลอด  how to มาให้ดู ให้ด่า ...เอ๊ยยย ให้ติกัน



                                          การทดลองแต่งหน้าฟื้นฟูผิวของ

                                        จากคุณหมอสาวผู้เหนื่อยจาการทำงาน




 แล้วกลับกลายเป็นสาวหวานสุขภาพดี





                   โดยใช้คอนซีลเลอร์ตัวนี้





ผิวหน้าดีมีชัยไปกว่าครึ่งจิงๆ




วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

CHANEL SUMMER 2011 COLLECTION

เข้าไปดูวีดีโอที่นี่นะคะ

<object width='480' height='310'><param name='movie' value='http://player.chanel.com/preloader.swf'></param><param name='allowFullScreen' value='true'></param><param name='flashvars' value='codeSite=xccBqsJHLw&language=en-us&localisation=en_US&displayType=embed'><param name='allowscriptaccess' value='always'></param><embed src='http://player.chanel.com/preloader.swf' type='application/x-shockwave-flash' allowscriptaccess='always' allowfullscreen='true' flashvars='codeSite=xccBqsJHLw&language=en-us&localisation=en_US&displayType=embed' width='480' height='310'></embed></object>

เนื่องจากวันก่อนหยุดยาว ...มากกกกก ว่าแล้วก้เลยไปเดินห้างกับเพื่อนสาวกะว่าจะไปโฉบเอาน้ำหอมตัวใหม่มาลองดู บังเอิ๊ญ ไปเจอมหกรรมเครื่องสำอาง collection spring summer 2011 มากมาย "ระรานตา"มาก ความจริงแล้วก็มีหลายอันนะคะ แต่ที่ปาดเข้าหน้ามาด้วยความแรงที่สุดเห็นจะเป็น CHANEL ซึ่งอันที่จริงก็กะว่าจะเดินผ่านเฉยๆ แต่ด้วยความน่ารักของพนักงานเค้าก็เลยแนะนำน้ำหอมสองสามตัวซึ่ง แบบว่าหอมเย็นเป็นที่สุด สะดุดเงินในกระเป๋าดิชั้นได้เลยทีเดียวค่ะ  อย่างไรก็ตามพนักงานเค้าเก็เหมือนจะญานแรงว่าเราก็ชอบแต่งหน้ากะเค้าเหมือนกัน เค้าเลยให้โบรชัวร์กับหลายๆอย่างมา น่ารักจิงๆ อย่างแรกที่ฟาดมาที่ใบหน้าเลยก็คือ  โบร์ชัวร์ขนาดใหญ่ คล้ายเอาหนังสือพิมพ์มาถือเล่น แทบจะลงไปซื้อปาท่องโก๋กลับไปกินที่บ้านอ่านไปด้วยเลยทีเดียว แต่แหม พอเปิดดูลุคของซัมเมอร์แชแนลแล้วก็กิเลสนำพาอีกครั้งค่ะ เพราะไม่ค่อยจะได้เห็น chanel ในแบบหวานใสเฟรชอย่างนี้มาก่อน (หรือเพราะไม่ค่อยได้ติดตาม ) ......ไงก็เถอะ


   คอเลคชั่นนี้จากที่อ่านมาได้แรงบันดาลใจจาก สวนดอกไม้ ซึ่ง ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ( PETER PHILIPS ) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ของเครื่องสำอาง CHANEL  ได้แรงบับดาลใจในการครีเอทลุคของผิวที่ดูกระจ่างใส ดูเบาสบายด้วยสีสรรแบบช่อบูเกต์(Bouquet)ดอกไม้ อย่างชมพู เชียวอ่อน และ สีเหลืองจางๆชวนให้นึกถึงฤดูร้อนที่กำลังจะเข้ามา (แปลผิดขออภัยด้วย)

     สีสันซัมเมอร์นี้อย่างแรกที่สาวเหมืองหนาวเค้าชอบนักแลคือ บรอนเซอร์ ซึ่งออกโทนสีชมพูหน่อย เห็นเค้าจะเขียนว่าโทน BRONZE ROSÉ นะ ออกสีกุหลาบอบอุ่นชมพูอมพีช  อยากลองดูเหมือนกันว่าบ้านเราใช้แล้วเห็นอย่างไร เพราะเนื่องจากเม็ดสีบ้านเราจะออกเหลืองไม่ก็ดำแดง เลยคิดตลอดว่า ถ้าใส่สีอบอุ่นอมชมพูอย่างนี้ไปแล้วหน้าเราจะดูผิวร้อนแดงเหมือนตากแดดมาใหม่ๆรึเปล่า?  น่าลองดู

อย่างที่สองที่ชอบของลุคซัมเมอร์นี้คือ eyes shadow  
LES 4 OMBRES - QUADRA EYE SHADOW




LILIUM




ซึ่งผสมสีแบบชมพูพาสเทลกับสีเขียวในโทนสว่างเหมือนกันแล้ว แรงเงาด้วยเขียวมะกอกกับสีน้ำตางนู๊ด   โอ้ววว พระเจ้า สีมันสดใสอยากไปทะเลบัดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ 

ตบท้ายด้วยคิ้วสีน้ำตาลอ่อนเบา กับปากลิปกลอสมันวาว ตามแบบฉบับ sexy  on the beach เลย
ร่ายมาก็อยากลองไปแต่งบ้างละ ไว้จะหาคนมาสังเวยหน้าซักรอบ


อีกอันที่ให้มาคือ Get The ROUGE COCO SHINE Looks


อันนี้เคยไปอ่านเจอมาในนิตยาสาร harper barzar เกี่ยวกับทีมงานของchanel ในห้องทำงานที่คิดค้น สีของลิปสติกแต่ละสี เนื้อแต่ละเนื้อ จากผ้าแต่ละแบบในคอเลคชั่นบ้าง ตามสีที่วางไว้โดยมีผครีเอทีฟไดเรกเตอร์  และทีมงาน พัฒนาผลิตภัณหลายท่านมาก(ไม่รู็จะขนมาทำไมกันนักหนาเต็มห้องประชุม) มารวมหัวอยู่ในห้องๆเดียวเพื่อนั่งประชุมกัน ลองสีวางแบบผ้าให้สีออกมาคล้ายที่สุด มันทำให้ดิชั้นมองการผลิตเครื่องสำอางไปอีกแบบนึงเลยค่ะ เพราะคิดว่าการทำเครื่องสำอางโดยเฉพาะลิปสติกนั้น มันน่าจะง่ายเพราะสาวๆเราก็มีสีไม่กี่สีที่เข้ากับผิว แต่chanel สร้างมากว่านั้นคือ สร้างคุณค่าของแต่ละสีด้วยแรงบันดาลใจ ให้ตรงกับคอนเซ็บ ซึ่งเราก็เห็นแบรนด์อื่นทำอยู่บ้างอย่าง  MAC  ซึ่งมีสีเรียกอย่าง kinda sexsy  สีชมพูนู๊ด หรือ  Nars ออก orgasim หรือ deepthroth  (ออกแต่ละชื่อ ส่อทั้งนั้น) แต่เราชอบความที่มันมีที่มานี่แหละมันทำให้แต่สะสีดูมีคุณค่าดี แหม เกิดกิเลสอีกครั้ง





ยังไงใครได้ไปลองมาแล้วก็เอามาเล่ากันบ้างนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Make up class naturail look & smokey eyes สองลุคในวันเดียว

         วันนี้ช่างยุ่งมากมาย เดินมาเดินไปอย่างกับจะไปขายบริการมาก ..(อุ๊บ ส์) แต่ก็ตามที่ได้ตั้งปณิฎทานเอาไว้ว่าจะพยายามอัพบล๊อกอาทิตย์ละสองครั้ง บังเอิญว่าวันนี้เรามีสอนคุณอเล็กซานดร้า กับนางแบบของเค้า (อังเดร)พอดีก็เลยเอามาขึ้นบล๊อกไว้ให้ชาวบ้านได้ดูกันนะคะ คืออยากจะให้ดูว่าจากหน้าของนางแบบซึ่งค่อนข้างยาวและตามีบล๊อกตาที่ชัดอยู่แล้ว 

 hello every one today i's quite a busy day but i promiss my self that i 'll try to upload my blog atless twice a week and fortunatly today i have a make up class with my studen Alexandra with she did a good job on her model Andrea who have nice big creasing  eyes 
but  also have quite long face so i will show you gus how to create a make up to suit her


 from this look
แบบนี้




จะออกมาเป็นแนวธรรมชาติ (natural look) แบบนี้
to be this look 
natural look







หรือ สโม๊กกี้อายส์ (smokey eyes) ที่ใช้ส้มคอปเปอร์ไล่ดำ แบบนี้ 
and this look 


smokey eyes  in copper tone



ได้อย่างไร โดยที่แก้ไขรูปหน้าไปด้วยไว้ จะเอา How to ในแบบของเรามาให้ชมแล้วกันนะคะ
 so next time i'll make a sketch to show you step by step so please keep following  :)


วันนี้เอาแต่รูปไปดูก่อน
 โปรดช่วยกันติดตามด้วยนะเออออออออ

Bye for now !!!!








 







วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Brush Brush Brush ปัด ปัด ปัด


      ช่วงนี้ติดภาระกิจครอบคครัวอยู่มากมายแต่ก็จะพยายามอัพบล๊อกให้ได้ตลอด และเนื่องจากเวลาเรามีไม่มาก เลยขอเอาบทความของสุดสัปดาห์ เรื่องแปรงต่างๆ มาให้ดูกันนะคะ แต่ก็ขอแอบแทรกเสริมของเค้าซักนิดคงไม่ว่ากัน ได้ความรู้ใหม่เพิ่มด้วยล่ะ เออ  

อะ้เรามารู้จักแปรงแต่งหน้าของเรากันดีกว่า 

   สาวๆ หลายท่านไม่ค่อยจะสนใจเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ (ถ้าไม่ใช่ช่างแต่งหน้า) เพราะว่าส่วนใหญ่จะพูดว่า "แปรงนั้นชั้นไม่ใช้ นิ้วนั้นไทร้ ว่องไวกว่า"  เอิ่ม .....ถูกค่ะ อันนี้มันก็จริง แต่เคยสังเกตุไหมว่า บ่อยครั้งที่เราเอานิ้วเราไปถูไถโดยตรงกับตลับอายแชโดวเพื่อทาตานั้น  เรามักจะทาสีติดอยู่สามสี่ทีแรกจากนั้น มันก็จะเริ่มเกิดอาเพศ เอ๊ย เกิดปฎิกิริยากับอายแชโดว์คือ สีมันไม่ออก เนื้อดูมันๆแข็งๆทั้งทีบางทีซื้อมาเป็นสีด้าน  อาจจะต้องเอานิ้วขูดอกมา และยังมีบางทีที่ดันทะลึ่งเกิดเม็ดอะไรไม่รู้อยู่ในตลับ (เอ๊ะ รึมันจะแตกตัวออกมา) เชื่อว่าคงเกิดกับสาวหลายคนที่ยังซื้อมาไม่เท่าไหร่ ก็ใช้ไม่ได้ สีไม่ออก   .......ก็เพราะการใช้นิ้วถูโดยตรงนี้แหละค่ะ ทำให้นำ้มันจากนิ้วเราไปโดนตัวเครื่องสำอาง สรุปก็คือ แป้ง+น้ำ/น้ำมัน  ก็จับเป็นก้อนสวยไ้ด้รูปสิคะ แล้วจะเอามาใช้ต่อไปได้ยางงาาาาาาาย  ช่างทั้งหลายเค้าถึงได้สรรเสริญเยินยอว่า การใช้ปแรงดีจะทำให้แต่งหน้าง่าย 
      อยากบอกว่า เค้าไม่ได้พูดเพราะ CEO เจ้าของแปรงเค้ามีดมาจ่อหลังหรอกนะคะ แต่มันทำให้เราแต่งง่ายจิงๆ ทั้งยังรักษาเครื่องสำอางให้อยู่กับเรานานๆ (ตามอายุขัยด้วย) ทีนี้คำถามที่เจอบ่อยแล้วเจอกับตัวเองตอนทำงานด้วยคือ  "เค้าจะสร้างแปรงหาพระแสงดาบคาบค่ายไรกันเยอะแยะ" ...แน่ะ เป็นเหมือนกันใช่มะ?
     แต่ถ้าเราลองมาดูช่างทำงานจิงๆ จะรู้ว่า แปรงแต่ละอย่างเค้าก็ออกมาให้ทำงานในแต่ละส่วนจิงๆ เช่น แปรงทารองพื้น แปรงทาแก้ม ทาแป้ง  หรือแม้แต่แต่งตาซึ่งมีเยอะมาก็ออกแบบมาให้เฉพาะส่วน เช่น เปลือก ตา เบ้าตา ไฮไลท์ โหนกคิ้ว ถึงไม่น่าแปลกใจไงคะว่าทำไม ช่างแต่งหน้าเค้าแต่งหน้ากันเร็ว เพราะ เค้ารู็ว่าอะไรไว้ทำอะไร + ประสบการณ์ งานมันเลยง่าย งั้น ถ้าสาวอยากให้งานแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย เราก็ดูเอาไว้นะคะ ว่าแปรงไหนไว้ทำไร   อย่างที่บอกว่าได้ข้อมูลเบื้องต้นมาจากสุดสัปดาห์นะคะ แต่มันมีรายละเอียดยิบย่อยมากกว่านี้ ไว้เราจะเอามาแยกแปรงแต่ละประเภทแบบละเอียดอีกทีละกาน


มาดูที่ชนิดของแปรงก่อน

ชนิดของขนแปรง


     1. ขนแปรงธรรมชาติ (ขนสัตว์)
     ขนสัตว์ที่นิยม ได้แก่ กระรอก ม้า เซเบิล โคลินสกี แพะ วัว และหมู อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นการทารุณสัตว์ เพราะช่างทำแปรงจะเลือกใช้ขนที่ผลัดตามธรรมชาติและใช้เฉพาะปลายขนเพื่อให้ ได้ขนแปรงที่นุ่มนวลแบบสุดๆ ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมแปรงเหล่านี้ถึงได้แพงนัก แต่รับรองว่าใช้แล้วไม่ผิดหวัง เพราะขนสัตว์จะดูดเครื่องสำอางประเภทฝุ่นได้ดีเป็นพิเศษ
     2. ขนแปรงสังเคราะห์
     สำหรับสาวที่มีงบไม่มากนัก ลองเลือกแปรงที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์อย่างเทคลอนและไนลอน ซึ่งมีความนุ่มใกล้เคียงขนสัตว์มากที่สุด แต่ถึงอย่างไรการสปริงตัวให้ขนแปรงคืนรูปอาจสู้ขนสัตว์ไม่ได้ เห็นได้ชัดจากขนแปรงที่จะมีการหักงอเสียรูปได้ง่ายกว่า
วิธีเลือกแปรง
     • ลองปัดขนแปรงบนหลังมือ (ถ้าเป็นบนใบหน้าได้ก็จะดีมาก) เพื่อทดสอบความนุ่มของขนแปรง
     • แปรงที่ดีควรมีด้ามจับขนาดเหมาะมือ ไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป
     • ขนแปรงควรมีรูปทรงที่สวยงาม ไม่หักงอ และไม่หลุดจากตัวยึดแปรงง่ายๆ


ประเภทของแปรง
ประเภทของแปรง
1. Powder Brush หมด สมัยทาแป้งหนาเตอะแล้ว นาทีนี้เมคอัพอาร์ติสท์เขาใช้แปรงพุ่มกลมขนาดใหญ่ลงแป้งฝุ่นทั่วใบหน้าให้ดู เบาบางเป็นธรรมชาติ มีทั้งแบบด้ามยาว (Face Brush) และด้ามสั้น (KabukiBrush) เลือกได้ตามถนัด
How to: เทแป้งฝุ่นใส่บนฝาเล็กน้อย แล้วใช้ส่วนปลายของขนแปรงแตะวนเป็นวงกลมก่อนนำมาปัดวนเป็นวงกลมทั่วใบหน้า















2. Blusher Brush / Cheek Brush เลิกใช้แปรงอันจิ๋วที่แถมมาในตลับ
แล้ว หันมาใช้แปรงปัดแก้มที่มีลักษณะค่อนข้างแบนและมีปลายกลมมนแทนดีกว่า ถ้าต้องการให้สีของบลัชออนกระจายตัวเป็นธรรมชาติ ควรเลือกแปรงที่มีขนาดใหญ่พอดีกับแก้ม เพราะถ้าเล็กเกินไปอาจทำให้เกลี่ยสีได้ไม่ทั่วจนแลดูเป็นจ้ำได้
How to: ใช้หน้าแปรง (ด้านแบน) แตะบลัชออน จากนั้นวางแปรงในแนวนอนแล้วปัดเฉียงขึ้น แต่ถ้าอยากให้ดูมีเลือดฝาดให้ตั้งแปรงขึ้น (ด้ามแปรงชี้ลงพื้น) แล้วแตะแปรงบนโหนกแก้มเบาๆ













3. Angle Contour Brush มีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับแปรงปัดแก้มต่างกันที่ปลายจะมีหน้าตัดเฉียง แปรงแบบนี้เหมาะกับมือโปรมากกว่า เพราะใช้ในการเฉดดิ้งและไฮไลท์แก้ไขรูปหน้าได้ดี
How to: ใช้หน้าตัดของแปรงแตะเฉดดิ้งหรือลงไฮไลท์ตามแนวกระดูกต่างๆ
แปรง angle brush เนื่องจากปลายตัดเฉียงหน่อยๆ จึงเหมาะกับไว้ไล้เฉดดิ้งหรือปัดแก้มไปด้านข้าง
    แปรง contour สำหรับเฉดดิ้งโครงหน้า (เหมาะสำหรับช่างจิงๆแหละ)









4. Foundation Brush สาวๆที่ชอบลงรองพื้นด้วยนิ้ว เปลี่ยนมาใช้แปรง
เถอะ แปรงที่มีลักษณะแบนและปลายมนจะช่วยเกลี่ยครีมรองพื้นให้ดูเบาบางเสมอกันทั้งใบหน้า แถมยังช่วยประหยัดครีมรองพื้นด้วย
แปรงแบบปลายแบน ใช้วดารองพื้นไปมาเหมมือนระบายสี
แปรงแบบปลายฟู ใช้วนบนใบหน้า
(ขอเสริม) แปรงรองพื้นมักจะทำจากไฟเบอร์ ซึ่งดูดซับรองพื้นโดยที่แปรงไม่กิอนรองพื้น ทั้งตัวแปรงยังแข็งกว่าแปรงทั่วไปเล็กน้อย ทำให้เกลี่ยรองพื้นได้ง่ายโดยสามมารถเลือกใช้ได้ทั้งสองแแบ ทั้งแบบ หัวแบน ซึ่งเหมือนพู่กันทาสี โดยลากกลับไปมา หรือ ปลายพู่ ซึ้่งฟูกว่าและเป็นทรงกลม โดยวนไปมาบนใบหน้า
How to: เทครีมรองพื้นบนหลังมือแล้วใช้หน้าแปรง (ด้านแบน) แตะครีมรองพื้นมาเกลี่ยให้กระจายออกไปตามกรอบหน้าก่อนใช้ด้านปลายมนตกแต่ง บริเวณร่องปีกจมูกปาก และใต้ตา



5. Eye Brush แปรงทาอายแชโดว์มีทั้งชนิดกลมและแบน โดยชนิดแบนจะใช้เกลี่ยเป็นบริเวณกว้าง ส่วนชนิดกลมจะใช้เน้นสีเฉพาะจุด เช่น ชิดขอบตา ชั้นพับตา *** ขอเสริม ช่วงนี้แปรงสำหรับแต่งตานั้นผุดขึ้นมาเยอะมากมายจำกับแทบไม่ได้ ฉะนั้น เราจะเอามาแตกแยกย่อยอีกเป็นบทความพิเศษละกันนะคะ)
How to: ใช้แปรงแบนไล้สีให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นเน้นน้ำหนักสีหรือไล่สีด้วยแปรงกลม หรือถ้าอยากแต้มสีที่ขอบตาล่างและหัวตาก็ให้ใช้ปลายแปรงกลมเช่นกัน
แปรงแต่ละแบบใช้ในพื้นที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ใช้บริเวณตาเรานี่แหละค่ะ ไว้จะสาธยายกันอีกรอบ



6. Liner Brush ฮิตกรีดอายไลเนอร์ขนาดนี้คงต้องมีไว้สักอัน ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่าชอบการวาดเส้นขอบตาแบบไหน ถ้าชอบเส้นเรียวเล็กให้เลือกเป็นแบบหัวกลมปลายแหลม แต่ถ้าอยากได้เส้นใหญ่หรือแต่งตาแนว
สโมกกี้อายส์ให้ใช้แบบแบนปลายตัดจะดีกว่า  (เสริมอีกนิดว่าเดี๋ยวนี้แปรงอายไลน์เนอร์ก็มีหลายแบบขึ้น และยังมีสำหรับไว้เขียนตาล่างโดยเฉพาะแบบที่ปลายด้ามงอออกมา ซึ่งช่วยให้แปรงไม่โดนตาและควบคุมง่ายขึ้น )
How to: สำหรับแปรงกลม แต้มอายไลเนอร์ชนิดน้ำหรือเจล แล้วค่อยๆ ลากเส้นให้ชิดขอบตาเหมือนการเขียนดินสอส่วนแปรงแบน ให้แต้มอายไลเนอร์แล้วใช้ปลายตัดกดให้เส้นต่อๆ กันไป หรือจะลากเป็นเส้นก็ง่ายเหมือนกัน







liner แบบคอหัก ซึ่งเป็นใช้กันเยอะสำหรับใต้ตา ช่วยให้ตัวด้ามไม่โดนตา












ถ้าอยากได้เส้นใหญ่ก็แบบนี้เลยค่ะ smoky ดีนักแล
อยากได้เส่นคมก็เอาแบบนี้ไป ถ้าอยากประหยัดหน่อยก็พู่กันทาสีนี่แหละค่ะ ถูกและดี




7. Lip Brush สารพัดประโยชน์ ใช้ลงสีให้ทั่วริมฝีปาก ตัดเส้นขอบปากให้คมกริบใช้ผสมสีลิปสติก และยังใช้แต้มลิปสติกที่ใกล้หมดได้อีกด้วย
How to: ใช้ด้านข้างของพู่กันตัดเส้นขอบปากก่อนลงสีให้ทั่วเรียวปาก แล้วจะใช้สีอื่นทาทับอีกครั้งเพื่อเป็นการผสมสีแบบง่ายๆ ก็ได้





8. Brow Brush ควรเลือกที่มีลักษณะเรียวเล็กและเฉียงเล็กน้อย
How to: หลังจากวาดคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้วแล้ว ให้นำแปรงมาปัดเส้นคิ้วเพื่อให้แลดูนุ่มนวลเหมือนคิ้วจริง


























9. Other Brush ยังมีแปรงหน้าตาไม่คุ้นเคยอีกมายมายสำหรับใช้ประโยชน์เฉพาะด้านแบบมืออาชีพ เช่น แปรงรูปพัดใช้สำหรับเกลี่ยแป้งต่างๆ ให้ดูบางเบา แปรงรูปครึ่งวงกลมสำหรับปัดแป้งฝุ่นให้กระจายทั่วทั้งใบหน้า




วิธีทำความสะอาดแปรง
     • จุ่มแปรงลงในน้ำอุ่นให้พอเปียก ระวังอย่าให้น้ำไหลเข้าบริเวณด้ามจับ เพราะจะทำให้กาวที่ยึดขนแปรงเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและหลุดร่วงได้ง่าย
     • ใช้แชมพูสระผมเด็กค่อยๆ ลูบขนแปรงเบาๆ ตามทิศทางของเส้นขน
     • ตั้งแปรงแนวดิ่งให้หัวแปรงทิ่มลง แล้วเปิดให้น้ำไหลผ่านจนสะอาด
     • จากนั้นซับแปรงบนผ้าขนหนูเบาๆ เพื่อจัดรูปทรงแปรงให้อยู่ในสภาพเดิม แล้วปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ (ห้ามตากแดด) โดยวางพาดกับโต๊ะ ให้ขนแปรงยื่นพ้นขอบโต๊ะออกมา
     • ห้ามหงายแปรงให้แห้งในถ้วยเด็ดขาดเพราะน้ำจะไหลเข้าบริเวณด้ามจับ และถ้าปล่อยให้แห้งโดยการทิ่มขนแปรงลงในถ้วยก็จะทำให้ขนแปรงบานเสียรูปทรง เช่นกัน
Tips
     - ในเวลาเร่งด่วนอาจใช้น้ำยาทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าโดยเฉพาะเช็ดขนแปรงก่อน การใช้งานได้ทันที แต่ทางที่ดียอมเสียเวลาล้างตามขั้นตอนจะดีที่สุด
     - ควรทำความสะอาดแปรงและอุปกรณ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง
     - หลังจากใช้แปรงทุกครั้ง ให้นำทิชชูวางบนฝ่ามือ แล้วเคาะส่วนที่ยึดแปรงบนสันมือเบาๆ เพื่อให้ฝุ่นเครื่องสำอางหลุดออก หรือเช็ดครีมเครื่องสำอางด้วยทิชชูก่อนเก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋าหรือซอง
     - วิธีเก็บรักษาแปรงและพู่กันที่ถูกต้องคือ การเก็บไว้ในกระเป๋าที่ออกแบบมาสำหรับเก็บแปรงโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง แสงแดด และที่สำคัญคือช่วยให้แปรงใช้งานได้นาน ไม่เสียรูปทรง


(เสริม)อีกทริกนึงที่เราชอบมากในการเก็บแปรงซึ่งไปtube มาจากหลาย วีดีโอเลยอย่างคุณ Korin หรือ pixiwoo  คือการเอาเม็ดพลาสติกใส่แก้วหรือกล่องอะไรก็ได้จากนั้นก็ก็ปักแปรงลงไปได้เลย แต่แปรงต้องแห้งแล้วนะคะ วิธีนี้จะสะดวกมาเวลาเราจะหยิบใช้ มิต้องควานหาให้เบ้าตาเมื่อย
ดูหยิบใช้ง่ายมาก เพราะเราเห็นว่าอันไหนเป็นอะไร


ไว้ยังไงจะมาสาธยายเพิ่มตอนนี้ขอเอววังไปก่อนนะจ้าาา