จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

(เอามาเล่า 3) Easy eyes step by step Natural bridal make up From Martha Stewart Weddings ขั้นตอนง่าย ของการแต่งตาเจ้าสาว

     ใกล้เดือน มิถุนาเข้าไปทุกที  เอ๊ะ แล้วใกล้เดือนิถุนาแล้วยังไง ?
    แหม.............ก็เดือนมิถุนาตามความเชื่อกรีกโบราณเค้าถือเอาเดือนนี้ เป็นเดือนของการแต่งงานเลยนะจ้ะ มิใช่เห่อแต่แต่งเดือนกุมภา อย่างเดียวซะที่ไหน เพราะว่าเดือนมิถุนายน  หรือ JUNE นั้น ชื่อเดือนมาจากชื่อของเทพีแห่งการแต่งงาน และการครองเรือน "จูโน" JUNO ...ใช่ค่ะ แม่เมียหลวงขี้หึงของพ่อราชันแห่งเทพจอมวางไข่ (กับเมียคนอื่นไปทั่ว) อย่าง "ZEUS" นั่นเอง

        เดือนนี้จึงเป็นเดือนที่หนุ่มสาวชาวกรีก ก็นิยมจะจับมือเข้าพิธีวิวาห์กันอย่างบ้าคลั่ง (เกินไปไหม) ซึ่งหลายประเทศทางยุโรปก็ยังยึดกันอยู่ เราก็เลยคัน(มือ)เอาแบบแต่งหน้าเจ้าสาวมาให้ดูกัน ครั้นหาแบบไปๆมาๆ แม่ก็ป้ะเข้ากับเวบ มาธาร์ สจ๊วท Martha Stewart  


              เข้าไปดูในเวปไซท์ http://www.marthastewartweddings.com 






   ซึ่งขอแนะนำนิดนึงว่าเธอคือสุดยอดผู้นำ แห่งกุลุ่มแม่บ้านสหรัฐเลยนะคะ (ไม่ใช่ขี้ๆนะเออ)
     อะไรที่เกี่ยวกับงานบ้านงานเรื่อน เธอสรรจะหาเทคนิคมาหมด คลอบคลุมถึงงานแต่งงาน ซึ่งทีมงานก็รังจะเอากลเม็ดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น  การหาชุด วิธีการตกแต่ง การนับจำนวนแขก ( มันยากตรงไหน) รวมไปถึงเสื้อผ้าหน้าผม ระดมมาใส่ในเว็บชนิดอ่านกันสามวันแปดวัน เผลอๆ อ่านแล้วอาจจะคัน อยากจัดงานแต่งเองซะเลย 

       โอเค พล่ามมาพอละ  ประเด็นที่เราจะเข้ามาเล่าคือ มันมีขั้นตอนง่า่ยๆๆๆๆๆๆๆๆ ของแบบแต่งตาเจ้าสาวมาให้ดู คือต้องเข้าใจก่อนว่าฝรั่งน่ะค่ะ เข้าไม่ชอบแต่งหน่าหนา   ชอบธรรมชาติที่สุภาพดี         ซึ่งนางก็ทำได้สิ ก็คุณเธอหน้าตาสวยกันทุกคนนิ    แต่เรารู้ไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย เพาะ เราเอามาประยุกต์ให้กับตาแบบบ้านเราได้เหมือนกัน แถมความเป็นธรรมชาตินี่แหละทำให้เราแต่งไปทำงานก็ได้ ไปเดทก็ดี เลยเอามาให้ดูกันนะคะ เพราะ.........."ความรู้ มิใช่ศัตตรูของเรา  " จิงไหมคะ ..รึไม่จิง?"

hello everyone

i just went through Martha Stewart  website which i very like to see many idea for  cooking  craft and  home living  and i just found that they have  many information about wedding which include bridal  make up which i think it 's easy to follow  so check out !


มันอาจจะเ็ป็น  ver eng ไปหน่อย เราพยายามแปลไว้ให้แล้วกัน   ผิดถูกยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ




 การแต่งตานั้นที่จิงง่ายกว่าที่เห็นแค่ทำตามขั้นตอนดังนี้
Putting on eye makeup is actually much easier than it would seem. Just follow these simple steps.  

 ขั้นที่1 เตรียมตาไว้ให้พร้อม  
       หลังจากที่เราใส่รองพื้นที่ตา ไม่ว่าจะใช้นิ้วเกลี่ยหรือแปรงก็แล้วแต่ จากนั้นก็ใช้แปรงที่ขนค่อนข้างฟูนุ่มหน่อย ลงแป้งฝุ่นไปเพื่อเป็นเบสของตาไว้ก่อน   มีทริกเล็กๆสำหรับสาวที่เปลือกตาคล้ำ สามารถใช้อายแชโดวสีชมพูเนื้อ  ลงแทนแป้งฝุ่นก็ได้นะจ้ะ จะช่วยลดอาการโดนของได้ระยะหนึ่ง

1. Prep the eyes: After blending foundation over lids with a brush or your finger, use a small, fluffy brush to apply loose face powder.



 ขั้นที่ 2 ลงสีพื้นตาสีแรกเป็นสีพื้น
  ใช้สีโทนกลาง เช่น น่ำตาลอ่น ทอง บรอนซ์  จะช่วยให้ตาดูสวยมีสุขภาพดีค่ะ ลงตั้งแต่ชิดเปลือกตาไล่มาจนท้องคิ้วได้เลย  ซึ่งในนี้แนะนำว่าควรใช้แปรงที่มีลักษณะแบนหน่อยนะคะ
2. Sweep a base-color shadow over the entire eye, from lash line to brow, with a flat shadow brush.


ขั้นที่3  สร้างมิติให้ตา       
  โดยเน้นบล๊อกตตาให้ชัดดูมีมิติขึ้น หรือที่บ้านเรารู้จักกันว่า เซกเคิ้ลไล์ (second line) หรือ "คัดเบ้าตา" ด้วยสีเข้มกว่า เช่น  น้ำตาลเข้ม เทาเข้ม หรือสีกากี (สำหรับสาวผิวขาว) หลีกเลี่ยงการใช้สีดำนะคะ ตาจะดุเกินไป ใช้แปรงรูปร่างกลมรี หรือที่เค้าเรียกว่า creasing brush (ตามภาษาช่างแต่งหน้าน่ะนะ)         ลากบริเวณกะโหลกตาเบาๆไปมาให้เกิดเงา  แต่ถ้าเป็นคนตาชั้นเดียวหรือเนื้อตานูนไม่เป็นเบ้าตาล่ะก็ข้ามขั้นตอนไปแต่งอีกแบบเลยดีกว่าค่ะ


3. To define the eyes, add a darker shade of the base color in the crease of the lid with a crease brush; blend. Skip this step if your eyes are deep set or small.


 ขั้นที่ 4 ลงไฮไลท์ 
   บริเวณโหนกคิ้วให้ชัดขึ้นด้วยสีโทนงาช้าง ivory หรือ ออฟไวท์ off white คือขาวนวล  หรือ ไม่ก็สีขาวมุข แบบมีประกายที่เรียก shimmery shadow  ซึ่งทำให้ดูธรรมชาติ มากกว่าสีขาวจัด ในนี้แนะนำให้ใช้แปรงฟองน้ำ  เพราะแปรงฟองน้ำจะเกาะอายแชโดว์ได้เยอะกว่า ทำให้โหนกคิ้วเด่นออกมาชัดเจนเพราะเนื้อสีจะมีความหนาเล็กน้อย ถ้าเทียบกับใช้แปรง
4. Use a sponge-tip applicator to dust a white or ivory shimmery shadow onto the brow bone and at the center of the lid.


ขั้นที่ 5 ไลน์เนอร์ 
  ลงอายไลน์เนอร์ ให้ชิดขอบตาบนก่อนแล้วอาจจะลงขอบตาล่างด้วยได้ วิธีนี้จะทำให้ตาโตดูเท่ากัน  ทั้งล่างและบน   สำหรับสาวตาเล็ก หรือสาวที่อยากตาดูซอฟลงหลังจากลงไลน์เนอร์ อาจใช้ อายแชโดว์สีเข้ม เช่น นำ้ำตาลเข้ม -ดำ ลงทับไลน์เนอร์ และเกลี่ยขึ้นเล็กน้อยไม้ให้เกินเส่นความหนาที่วาดไว้ ก็ช่วยได้ค่ะ
5. Line top lids with a flat eyeliner brush; lining bottom lids can make the eyes seem smaller.



ขั้นที่ 6 ดัดขนตา
       โดยง้างที่ดัดแล้ววางให้พอดีกับเปลือกตา เมือ่แน่ในว่าขนตาอยู่ในยางที่หนีบโดยที่ไม่กินเข้ามาในหนังตาแล้ว ให้หนีบค้างไว้ราวสองวิ จากนั้นเลื่อนมาดัดกลาง และปลายขนนตา ตามลำดับ  แล้วป้ดด้วยมาสคาร่าชนิดกันน้ำ  เริ่มจากโคนก่อน 1ครั้ง แล้วปัดปลายอีกที  ทริกนี้ทำให้ขนตาไม่ร่วงลงง่ายนะคะ

6. Curl top lashes by positioning an eyelash curler at their base (the top of the curler should fit into the crease of the lid). Squeeze for ten seconds. Next, brush on several thin coats of waterproof mascara to top and bottom lashes.



ขั้นที่ 7 ป้ดคิ้วให้ไดู้รูปด่วยแปรงปัดขน (คิ้ว-ตา) ให้ขนคิ้วเรียงเส้นก้อน ถ้าอยากเติมคิ้วให้สวย อาจใช้ดินสอหรือแปรงปัดคิ้วทับได้


7. Groom the eyebrows by brushing the hairs in upward strokes with a spoolie, brow brush, or clean toothbrush.



เป็นไงคะ ง่ายมะ?
  ขอบคุณ   Marthastewartweddings สำหรับข้อมูลนะคะ
 see it's very easy 
    thank for  Marthastewartweddings for good information


Read more at Marthastewartweddings.com: Makeup for Eyes: Wedding Day Eyes, Step-by-Step

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น